** มุขนี้คนที่ไม่ได้เล่น twitter อาจจะไม่เข้าใจเล็กน้อยนะครับ ถ้ายังไงว่าง ๆ ก็ลองเล่นดูสิ
**

.................................................................................................................................................
พูดถึงเรื่อง Follow ทวิภพทุกคนย่อมรู้จักกันดี แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จักนั้นพูดง่าย ๆ การ Follow
ก็คล้ายการ Add fav บล้อกนี่เอง เมื่อบล้อกที่เรา Add ไว้มีการอัพเดทมันก็จะเด้งขึ้นมาประมาณ
"อัพแล้วนะตัวเอง" กลับกันใครมา Add เราไว้เวลาเราอัพก็มีผลเหมือนกัน
ส่วนทวิตเถอะนี้ถ้าเรา Follow ใครเวลาเค้าพิมพ์เราก็จะเห็นที่เค้าพิมพ์ (Following) และใครที่ Follow เรา
เวลาเราพิมพ์เค้าก็จะเห็นเช่นกัน (Followers)
โอเค เข้าใจนะ อยากรู้ลึกกว่านี้ก็ต้องลองไปเล่นกันดูนะ 
สรุปเรื่อง Follow นี่ก็เป็นปัจจัยสำคัญตัวหนึ่งในการเล่น Twitter เลยล่ะ ใครที่ตามคนอื่นเยอะก็อดไม่ได้
ที่จะเข้าไปดูรายชื่อว่ามีใครน่าสนใจมั้ย ส่วนใครที่มีคนตามเยอะยิ่งอดสงสัยไม่ได้ใหญ่เลยว่าเค้าเป็นใคร
หรือมีดีอะไรดึงดูดคนมากมายขนาดนี้
ผมเองก็ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่น่าสนใจหลายคนผ่านทางทวีตนี่แหละ
บางทีไม่ได้พิมพ์อะไรแค่นั่งอ่านก็เพลินจนลืมงานแล้ว..
ปล. แต่จะให้ดีก็อย่าเล่นจนเสียงานน่าจะดีที่สุดนะครับผม..
.................................................................................................................................................
มุขอื่นที่เกี่ยวข้อง : ทวิตเถอะ :: what are you doing?
2009/Nov/04
2009/Oct/30

.................................................................................................................................................
พูดถึงตาแดง บางคนอาจเคยได้ยินมาว่าเมื่อเจอคนตาแดงเมื่อไหร่ ก็ให้แลบลิ้นใส่ซะแล้วจะไม่ติดตาแดงไปด้วย
แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นกุศโลบาย(พิมพ์ถูกมั้ย?)ของคนสมัยโบราณตะหาก เหตุผลเดียวกับ..
ห้ามผิวปากตอนกลางคืนไม่งั้นผีจะมาหา (จริง ๆ คือตูหนวกหู ดึกป่านนี้แล้วคนจะหลับจะนอน)
ถ้ากวาดบ้านตอนกลางคืนจะกวาดโชคไปด้วย (เมื่อก่อนไฟไม่สว่าง ดีไม่ดีจะเผลอกวาดของมีค่าทิ้งไปได้)
ห้ามตัดผมวันพุธ (อันนี้ไม่แน่ใจ อาจจะเพื่อให้ช่างตัดผมได้มีวันหยุดกะเค้ามั่ง ยุ่งกับหัวคนทุกวันเซ็งเหลือเกิน)
ส่วนเรื่องตาแดง เพราะว่ามันจะติดเชื้อจากการที่อยู่ใกล้กัน ใช้ของร่วมกัน เลยบอกให้แลบลิ้นใส่
เพื่อที่จะให้คนที่ตาแดงเห็นว่าถูกรังเกียจ ไม่อยากเข้าใกล้ ..โอเค ใช่ซี่ ไม่เข้าไปใกล้ก็ได้ เค้างอนแล้วววว
เรียบร้อย ลูกหลานก็ไม่ติดตาแดงจากเพื่อน ๆ พ่อแม่ก็แฮปปี้ (แต่ลืมคิดว่าอาจโดนโดดต่อยแทน)
สรุปคือคนสมัยก่อนคงดื๊อดื้อ เตือนดี ๆ ไม่เชื่อฟัง เลยต้องหาเรื่องมาขู่ให้กลัว ไม่งั้นก็ไม่ยอมทำตามล่ะมั้ง
ปล. ช่วงนี้เห็นว่ามีคนเป็นตาแดงกันหลายคนเลย (ยามที่ออฟฟิทผมก็เป็น) ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยล่ะ
จะแลบลิ้นใส่ใครก็ขอให้แน่ใจว่าเค้าไม่หงุดหงิดอยู่นะ ไม่งั้นอาจจะตาเขียวแทนได้

.................................................................................................................................................
กิจกรรมลอยกระทงของ exteen เริ่มแล้วครับ เข้าไปลอยกันเยอะ ๆ นะ

http://www.exteen.com/krathong/index.php?kp=4
ส่วนอันนี้ของผมเอง

2009/Oct/15
สวัสดีครับพบกันอีกแล้วกับบล้อกรายตามใจฉัน ซึ่งเจ้าของบล้อกเป็นที่รู้กันว่าตัวสูงและอบอุ่น (หลังยาวและตัวเป็นขน)
ถึงกระนั้น วันนี้ก็พลาดไม่ได้จริง ๆ ที่จะมาอัพบล้อกเหมือนหลาย ๆ ท่าน เพราะวันนี้เป็น Blog Action Day ครับผม
โดยในปีนี้บล้อกเกอร์ทั่วโลกจะพร้อมใจกันเขียนบล้อกในหัวข้อ Climate Change หรือ ภาวะโลกร้อนนี่เองงงง..
...ก็เข้าเรื่องไปเลยเถอะเนอะ
ทำอย่างไร ไม่ให้โลกร้อน..ร้อน..ร้อน..
.
.
เรื่องโลกร้อนนี้ถือเป็นหัวข้อใหญ่ที่ทั่วโลกต่างตื่นตัวพูดถึงและพยายามหามาตรการมาป้องกันอย่างเร่งด่วน
มาพักใหญ่แล้ว ซึ่งคุณ ๆ ก็ต้องยอมรับจริง ๆ นั่นแหละว่าโลกเราเดี๋ยวนี้ไม่ได้ใจดีเหมือนก่อนอีกแล้ว
ไหนจะพายุ แผ่นดินไหว สึนามิ แต่ละอย่างมาซักทีก็แรงซะจนมนุษย์กระเด็นกันเป็นแถบ ๆ
และนั่นก็เพราะโลกมันร้อนขึ้น ๆ นี่แหละครับ อย่างเรา ๆ ร้อนนิดร้อนหน่อยก็รู้สึกหงุดหงิดเหวี่ยงใส่คนรอบข้าง
แล้วใช่มั้ยล่ะ ตามการสันนิษฐานส่วนตัวก็คิดว่าโลกคงร้อนจนหงุดหงิดมาเหวี่ยงใส่พวกเราเหมือนกัน
แต่ดูท่าจะเหวี่ยงแรงไปนิดหน่อย ก็เลยซวยกันฉะนี้แล..
อย่ากระนั้นเลย เรามาช่วยกันทำให้โลกไม่ร้อน เย็นลงอารมณ์ดีกันเถอะ จะได้ไม่ถูกเหวี่ยงอีก
..............................................................................................................................................
ประหยัดไฟฟ้า
ไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์มานานแล้ว ยิ่งสมัยนี้เป็นยุคที่ทุกคนใฝ่หาความสะดวกสบาย
อะไรทุ่นแรง และแสดงความบันเทิงได้ ยังไงก็ต้องหามาไว้ในครอบครอง ซึ่งก็ใช้ไฟฟ้ากันทั้งนั้นแหละ
แต่รู้อะไรมั้ยครับว่าถ้าเราปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้งาน จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ 1พันปอนด์ต่อปีเชียวนะ!
ยิ่งแอร์นี่แหละตัวดี เปลืองไฟอย่างแรง ถ้าร้อนนิดร้อนหน่อยเป็นไปได้ก็อย่าเปิดแอร์เลยครับ หาพัดลม
หรือไปนั่งใต้ต้นไม้ให้ลมเย็น ๆ พัดโชยเอายิ่งดีใหญ่เลย

อันนี้เป็นตัวอย่างไม่ดีมาก ถึงมากที่สุด พบเห็นพฤติกรรมแบบนี้ควรถีบซักเปรี้ยงสองเปรี้ยง
..............................................................................................................................................
ประหยัดน้ำมัน
ถ้าไฟฟ้าสำคัญมากแค่ไหน น้ำมันก็สำคัญไปไม่น้อยไปกว่ากันเลยครับ เรียกได้ว่าไม่มีน้ำมันเมื่อไหร่
มนุษยชาติจะอดกินไข่เจียวไปตาม ๆ กัน......อ้าว คนละน้ำมันกันเหรอ อันนั้นน้ำมันพืช!?......งั้นเอาใหม่
ถ้าไม่มีน้ำมัน เราก็จะไม่มีอะไรมานวดมาเวลาปวดเมื่อย (นั่นมันน้ำมันมวย!!)
จะแป้กไปถึงไหน มาเข้าเรื่องได้แล้วครับพี่
พูดถึงน้ำมันก็ต้องเกี่ยวกับเรื่องยานพาหนะล่ะครับ เดี๋ยวนี้รถยนต์วิ่งกันขวักไขว่ ทั้ง ๆ ที่น้ำมันก็แพงอยู่แล้ว
จำนวนรถยนต์ก็ไม่ดูจะลดลงไปเลย กลับมากขึ้น ๆ ซะอีก ทราบมั้ยครับว่าหากเราประหยัดน้ำมันทุก ๆ แกลลอน
จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 20ปอนด์เลยล่ะ ดังนั้นหากเป็นการเดินทางใกล้ ๆ แค่หน้าปากซอยเราเปลี่ยนมา
เป็นเดินเพื่อสุขภาพกันดีมั้ย หรือปั่นจักรยานก็โอเคนะ ประหยัดเงินด้วยล่ะ

อันนี้ถ้าใครไม่แน่ใจว่ามีความสามารถระดับนักกีฬาไตรกีฬาล่ะก็ อย่าไปลองเชียว ประหยัดตังแต่มันเปลืองชีวิตนะ
..............................................................................................................................................
ประหยัดน้ำ
เรื่องน้ำดูจะสำคัญกว่า 2เรื่องแรกซะอีก มนุษย์เราถ้าไม่มีน้ำใช้ล่ะตายแน่นอน ถึงอย่างนั้นหลาย ๆ คนก็ใช้น้ำ
กันได้สิ้นเปลืองเกินทน มาใช้น้ำประปาอย่างประหยัดกันดีกว่า เพราะระบบการผลิตน้ำประปาของเทศบาลต่างๆ
ต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการทำให้น้ำสะอาด และดำเนินการจัดส่งไปยังอาคารบ้านเรือน
อีกทั้งควรติดตั้งฝักบัวอาบน้ำที่ปรับความแรงน้ำต่ำๆ ได้ เพื่อจะได้เปลืองน้ำอุ่นกันน้อยๆหน่อย
(เหมาะทั้งในบ้านและโรงแรม)
ประหยัดกันก็ง่าย ๆ เช่น แค่ไม่เปิดน้ำทิ้งเอาไว้อะไรประมาณนี้น่ะ

ไม่ต้องเว่อร์ขนาดนี้นะครับ แค่ทุกสัปดาห์ก็พอ (อ้วก!)
..............................................................................................................................................
ปลูกต้นไม้
แน่นอนอยู่แล้ว! ต้นไม้นี่แหละสำคัญต่อโลกใบนี้นัก อย่างที่รู้ ๆ กันว่าต้นไม้นี่จะดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป
แล้วปล่อยออกซิเจนออกมา แถมต้นไม้ต้นนึงเนี่ยจะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของมันเชียว
ประโยชน์ทางอ้อมก็คือร่มเงานี่แหละ ได้หนังสือเล่มนึงไปเอนอ่านใต้ต้นไม้ลมพัดชิว ๆ อะไรจะสบายขนาดนั้น!!
อ้อ.. ใช้ปุ๋ยหมักจากธรรมชาติดีกว่าปุ๋ยเคมีนะ

ถั่วงอกมันดูดได้ถึง 1ตันรึเปล่าหว่า ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญซะด้วยสิ ขอข้ามครับ
..............................................................................................................................................
ใช้ถุงผ้า
ประเด็นที่ให้ใช้ถุงผ้าเนี่ยเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติคครับ เพราะทุกวันนี้โลกเรามีพลาสติคจำนวนมหาศาล
แล้วดันย่อยสลายตามธรรมชาติไม่ได้อีก จะกำจัดทีไม่ฝังดินก็เผา โอ้โหมลพิษทั้งนั้น และถึงจะกำจัดอย่างถูก
วิธีก็ต้องใช้พลังงานอย่างมาก เป็นการเพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศโดยไม่จำเป็นอีกตะหาก เรื่องมากชิบเป๋ง
มาลดการใช้ถุงพลาสติกกันนี่แหละ ง่ายสุดแล้ว

เค้าให้ใช้ถุงผ้าไว้ใส่ของจะได้ไม่ต้องใช้ถุงพลาสติค ไม่ใช่ใส่ถุงพลาสติคแล้วยัดลงถุงผ้าอีกที....เฮ้ย! แบบนี้กวนตีนกันนี่นา!
..............................................................................................................................................
ทั้งหมดที่กล่าวมานี่เป็นวิธีง่าย ๆ ที่เราทุกคนสามารถทำได้สบาย ๆ เลยล่ะ จริง ๆ มีเยอะกว่านี้หลายวิธีเลย
อย่างที่หาข้อมูลมามีซะ 80วิธี จะให้ผมเขียนการ์ตูนประกอบหมดทุกข้อก็คงจะไม่ไหวเนื่องจากเปลืองไฟเปิดคอม
พอเขียนเยอะ ๆ เข้าหิวน้ำกินน้ำเยอะอีก เห็นมั้ยครับ! แค่นี้ก็ช่วยลดโลกร้อนได้แล้ว เรานี่ช่างตัวสูงและอบอุ่นจริง ๆ
ยังไงก็มาช่วย ๆ กันเถอะนะ โลกของพวกเราทุกคนนี่นา เกิดเหวี่ยงขึ้นมาอีกที่ซวยก็พวกเรานี่แหละ
มาทำให้โลกเย็นสบายกันดีกว่า ดีกว่ากันเยอะ...

ปล.1 เรื่องโลกร้อนเคยคิดจะเอามาเขียนนานแล้วครับ แต่ด้วยเหตุผลหลายประการทำให้ยังไม่ได้เขียนจนบัดนี้
(เฮ่อ..โชคดีจริง ๆ ไม่งั้นคงต้องเขียนเรื่องโลกร้อนซ้ำ 2รอบ ขี้เกียจจังเลย...อุ้บ!)
ปล.2 ไอ้ข้อมูลทั้งหลายแหล่เนี่ย ผมก้อปแล้วก็ดัดแปลงมานะครับ เพราะฉะนั้นอย่าถามว่า 1ปอนด์มันเท่าไหร่กัน
และถ้าตรงไหนที่ดูสาระจ๋าเน้น ๆ โปรดรู้ไว้ว่าตรงนั้นแหละผม ctrl+c
ปล.3 เกือบจะอัพไม่ทันวันนี้แน่ะ งานมันเยอะจริงจริ๊ง
ลิงค์ข้อมูล
http://www.lakkai.com/forum/data/2/0021-1.html (กดเข้าไประวังตาบอด เพราะ BG เค้าสีเหลืองสดเหลือเกิน)
ถึงกระนั้น วันนี้ก็พลาดไม่ได้จริง ๆ ที่จะมาอัพบล้อกเหมือนหลาย ๆ ท่าน เพราะวันนี้เป็น Blog Action Day ครับผม
โดยในปีนี้บล้อกเกอร์ทั่วโลกจะพร้อมใจกันเขียนบล้อกในหัวข้อ Climate Change หรือ ภาวะโลกร้อนนี่เองงงง..
...ก็เข้าเรื่องไปเลยเถอะเนอะ

ทำอย่างไร ไม่ให้โลกร้อน..ร้อน..ร้อน..
.
.
เรื่องโลกร้อนนี้ถือเป็นหัวข้อใหญ่ที่ทั่วโลกต่างตื่นตัวพูดถึงและพยายามหามาตรการมาป้องกันอย่างเร่งด่วน
มาพักใหญ่แล้ว ซึ่งคุณ ๆ ก็ต้องยอมรับจริง ๆ นั่นแหละว่าโลกเราเดี๋ยวนี้ไม่ได้ใจดีเหมือนก่อนอีกแล้ว
ไหนจะพายุ แผ่นดินไหว สึนามิ แต่ละอย่างมาซักทีก็แรงซะจนมนุษย์กระเด็นกันเป็นแถบ ๆ
และนั่นก็เพราะโลกมันร้อนขึ้น ๆ นี่แหละครับ อย่างเรา ๆ ร้อนนิดร้อนหน่อยก็รู้สึกหงุดหงิดเหวี่ยงใส่คนรอบข้าง
แล้วใช่มั้ยล่ะ ตามการสันนิษฐานส่วนตัวก็คิดว่าโลกคงร้อนจนหงุดหงิดมาเหวี่ยงใส่พวกเราเหมือนกัน
แต่ดูท่าจะเหวี่ยงแรงไปนิดหน่อย ก็เลยซวยกันฉะนี้แล..
อย่ากระนั้นเลย เรามาช่วยกันทำให้โลกไม่ร้อน เย็นลงอารมณ์ดีกันเถอะ จะได้ไม่ถูกเหวี่ยงอีก
..............................................................................................................................................
ประหยัดไฟฟ้า
ไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์มานานแล้ว ยิ่งสมัยนี้เป็นยุคที่ทุกคนใฝ่หาความสะดวกสบาย
อะไรทุ่นแรง และแสดงความบันเทิงได้ ยังไงก็ต้องหามาไว้ในครอบครอง ซึ่งก็ใช้ไฟฟ้ากันทั้งนั้นแหละ
แต่รู้อะไรมั้ยครับว่าถ้าเราปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้งาน จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ 1พันปอนด์ต่อปีเชียวนะ!
ยิ่งแอร์นี่แหละตัวดี เปลืองไฟอย่างแรง ถ้าร้อนนิดร้อนหน่อยเป็นไปได้ก็อย่าเปิดแอร์เลยครับ หาพัดลม
หรือไปนั่งใต้ต้นไม้ให้ลมเย็น ๆ พัดโชยเอายิ่งดีใหญ่เลย

อันนี้เป็นตัวอย่างไม่ดีมาก ถึงมากที่สุด พบเห็นพฤติกรรมแบบนี้ควรถีบซักเปรี้ยงสองเปรี้ยง
..............................................................................................................................................
ประหยัดน้ำมัน
ถ้าไฟฟ้าสำคัญมากแค่ไหน น้ำมันก็สำคัญไปไม่น้อยไปกว่ากันเลยครับ เรียกได้ว่าไม่มีน้ำมันเมื่อไหร่
มนุษยชาติจะอดกินไข่เจียวไปตาม ๆ กัน......อ้าว คนละน้ำมันกันเหรอ อันนั้นน้ำมันพืช!?......งั้นเอาใหม่
ถ้าไม่มีน้ำมัน เราก็จะไม่มีอะไรมานวดมาเวลาปวดเมื่อย (นั่นมันน้ำมันมวย!!)
จะแป้กไปถึงไหน มาเข้าเรื่องได้แล้วครับพี่
พูดถึงน้ำมันก็ต้องเกี่ยวกับเรื่องยานพาหนะล่ะครับ เดี๋ยวนี้รถยนต์วิ่งกันขวักไขว่ ทั้ง ๆ ที่น้ำมันก็แพงอยู่แล้ว
จำนวนรถยนต์ก็ไม่ดูจะลดลงไปเลย กลับมากขึ้น ๆ ซะอีก ทราบมั้ยครับว่าหากเราประหยัดน้ำมันทุก ๆ แกลลอน
จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 20ปอนด์เลยล่ะ ดังนั้นหากเป็นการเดินทางใกล้ ๆ แค่หน้าปากซอยเราเปลี่ยนมา
เป็นเดินเพื่อสุขภาพกันดีมั้ย หรือปั่นจักรยานก็โอเคนะ ประหยัดเงินด้วยล่ะ

อันนี้ถ้าใครไม่แน่ใจว่ามีความสามารถระดับนักกีฬาไตรกีฬาล่ะก็ อย่าไปลองเชียว ประหยัดตังแต่มันเปลืองชีวิตนะ
..............................................................................................................................................
ประหยัดน้ำ
เรื่องน้ำดูจะสำคัญกว่า 2เรื่องแรกซะอีก มนุษย์เราถ้าไม่มีน้ำใช้ล่ะตายแน่นอน ถึงอย่างนั้นหลาย ๆ คนก็ใช้น้ำ
กันได้สิ้นเปลืองเกินทน มาใช้น้ำประปาอย่างประหยัดกันดีกว่า เพราะระบบการผลิตน้ำประปาของเทศบาลต่างๆ
ต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการทำให้น้ำสะอาด และดำเนินการจัดส่งไปยังอาคารบ้านเรือน
อีกทั้งควรติดตั้งฝักบัวอาบน้ำที่ปรับความแรงน้ำต่ำๆ ได้ เพื่อจะได้เปลืองน้ำอุ่นกันน้อยๆหน่อย
(เหมาะทั้งในบ้านและโรงแรม)
ประหยัดกันก็ง่าย ๆ เช่น แค่ไม่เปิดน้ำทิ้งเอาไว้อะไรประมาณนี้น่ะ

ไม่ต้องเว่อร์ขนาดนี้นะครับ แค่ทุกสัปดาห์ก็พอ (อ้วก!)

..............................................................................................................................................
ปลูกต้นไม้
แน่นอนอยู่แล้ว! ต้นไม้นี่แหละสำคัญต่อโลกใบนี้นัก อย่างที่รู้ ๆ กันว่าต้นไม้นี่จะดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป
แล้วปล่อยออกซิเจนออกมา แถมต้นไม้ต้นนึงเนี่ยจะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของมันเชียว
ประโยชน์ทางอ้อมก็คือร่มเงานี่แหละ ได้หนังสือเล่มนึงไปเอนอ่านใต้ต้นไม้ลมพัดชิว ๆ อะไรจะสบายขนาดนั้น!!
อ้อ.. ใช้ปุ๋ยหมักจากธรรมชาติดีกว่าปุ๋ยเคมีนะ


ถั่วงอกมันดูดได้ถึง 1ตันรึเปล่าหว่า ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญซะด้วยสิ ขอข้ามครับ
..............................................................................................................................................
ใช้ถุงผ้า
ประเด็นที่ให้ใช้ถุงผ้าเนี่ยเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติคครับ เพราะทุกวันนี้โลกเรามีพลาสติคจำนวนมหาศาล
แล้วดันย่อยสลายตามธรรมชาติไม่ได้อีก จะกำจัดทีไม่ฝังดินก็เผา โอ้โหมลพิษทั้งนั้น และถึงจะกำจัดอย่างถูก
วิธีก็ต้องใช้พลังงานอย่างมาก เป็นการเพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศโดยไม่จำเป็นอีกตะหาก เรื่องมากชิบเป๋ง
มาลดการใช้ถุงพลาสติกกันนี่แหละ ง่ายสุดแล้ว

เค้าให้ใช้ถุงผ้าไว้ใส่ของจะได้ไม่ต้องใช้ถุงพลาสติค ไม่ใช่ใส่ถุงพลาสติคแล้วยัดลงถุงผ้าอีกที....เฮ้ย! แบบนี้กวนตีนกันนี่นา!
..............................................................................................................................................
ทั้งหมดที่กล่าวมานี่เป็นวิธีง่าย ๆ ที่เราทุกคนสามารถทำได้สบาย ๆ เลยล่ะ จริง ๆ มีเยอะกว่านี้หลายวิธีเลย
อย่างที่หาข้อมูลมามีซะ 80วิธี จะให้ผมเขียนการ์ตูนประกอบหมดทุกข้อก็คงจะไม่ไหวเนื่องจากเปลืองไฟเปิดคอม
พอเขียนเยอะ ๆ เข้าหิวน้ำกินน้ำเยอะอีก เห็นมั้ยครับ! แค่นี้ก็ช่วยลดโลกร้อนได้แล้ว เรานี่ช่างตัวสูงและอบอุ่นจริง ๆ

ยังไงก็มาช่วย ๆ กันเถอะนะ โลกของพวกเราทุกคนนี่นา เกิดเหวี่ยงขึ้นมาอีกที่ซวยก็พวกเรานี่แหละ
มาทำให้โลกเย็นสบายกันดีกว่า ดีกว่ากันเยอะ...

ปล.1 เรื่องโลกร้อนเคยคิดจะเอามาเขียนนานแล้วครับ แต่ด้วยเหตุผลหลายประการทำให้ยังไม่ได้เขียนจนบัดนี้
(เฮ่อ..โชคดีจริง ๆ ไม่งั้นคงต้องเขียนเรื่องโลกร้อนซ้ำ 2รอบ ขี้เกียจจังเลย...อุ้บ!)
ปล.2 ไอ้ข้อมูลทั้งหลายแหล่เนี่ย ผมก้อปแล้วก็ดัดแปลงมานะครับ เพราะฉะนั้นอย่าถามว่า 1ปอนด์มันเท่าไหร่กัน
และถ้าตรงไหนที่ดูสาระจ๋าเน้น ๆ โปรดรู้ไว้ว่าตรงนั้นแหละผม ctrl+c
ปล.3 เกือบจะอัพไม่ทันวันนี้แน่ะ งานมันเยอะจริงจริ๊ง
ลิงค์ข้อมูล
http://www.lakkai.com/forum/data/2/0021-1.html (กดเข้าไประวังตาบอด เพราะ BG เค้าสีเหลืองสดเหลือเกิน)